ฟัน..ฟัน..ฟัน
ฟัน...
ใครรู้บ้างว่าฟันตัวเองขึ้นซี่แรกตอนไหน
ตั๋งไม่รู้หรอก...
รู้แต่ของลูก
เนตฟันขึ้นซี่แรกตอนประมาณ 1 ขวบ
ตอนฟันซี่แรกของเนตขึ้นนะจำได้เลยว่า วันนั้นตอนเย็นๆอาบน้ำให้ลูกเสร็จหลังจากเล่นมาทั้งวัน กินนมนอนตอนเย็น ตื่นขึ้นมาตัวร้อนจี๋ รีบพาไปหาหมอเลย ตอนนั้นแม่เพิ่งคลอดน้องได้ไม่เท่าไหร่
หมอบอกว่าเป็นไข้หวัด ตรวจเสร็จก็ให้พยาบาลเช็ดตัว เนตกรี๊ดซะ รพ.แตก ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไปหาหมอ ไปทีก็ไปเจ็บตัว เพราะต้องฉีดวัคซีน เนตเลยไม่ค่อยญาติดีกับหมอเท่าไหร่ ต้องอาศัยบาร์นี่ช่วยบอกทีว่าหมอใจดีแต่ก็ไม่ค่อยเวิร์ค
เป็นไข้อยู่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นก็เห็นฟันโผล่ขึ้นมาเล็กๆ ถึงได้รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร แต่อาการไข้แบบนี้บางคนก็ไม่เป็นนะ เป็นแค่บางคนเท่านั้น
ตอนเนตฟันยังไม่ขึ้นนะ ตากับยายกังวลสารพัด กลัวหลานผิดปกติ บางทีก็ลามปามมาถึงแม่ว่ากินแคลเซียมน้อย แม่รีบไปเปิดตำรา ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวตรงไหนเลย จะทำอะไรให้เนตกินที ยายก็กลัวว่าหลานจะเคี้ยวไม่ได้ เพราะไม่มีฟัน เลยต้องบอกว่าเค้ากินได้ เหมือนคนแก่เคี้ยวข้าวนั่นแหละ ไม่เห็นต้องใช้ฟันเลย
แต่ถึงไม่มีฟัน เนตก็ยังสามารถกินอะไรได้หลายอย่างโดยไม่ต้องกังวล โดยเฉพาะของโปรด เป็นสิ่งที่แม่รักมากที่สุด เพราะมันช่วยชีวิตแม่ไว้หลายครั้ง แม่เรียกมันว่า
"แท่งสะกดจิต"
หรืออีกนามนึงคือ ขาไก่นั่นเอง วัตถุประสงค์หลัก เอาไว้แก้คันเหงือก วัตถุประสงค์รอง เอาไว้ช่วยให้หยุดนิ่งได้ชั่วขณะใหญ่ กว่าจะหมดก็ทำให้แม่สามารถกินข้าวได้ อิ่มพอดี... แต่ก็ขึ้นกับขนาด สั้นก็แป๊บเดียว ยาวก็นานหน่อย หลังๆแม่เลยหาแบบยาวๆหน่อย เผื่อช่วยยึดนาทีทองออกไปอีก
ตอนนี้เนตฟันเต็มปากแล้ว แต่ไม่ยอมเลิกขวดนมซะที จะสองขวบแล้ว กลัวฟันลูกไม่สวยจังเลย...
ส่วนน้ำน่ะเหรอ ฮึ..ฮึ..ฮึ เจริญรอยตามพี่สาว เพราะตอนนี้อีกสองเดือนจะขวบแล้วฟันยังไม่ขึ้นเลย
แต่วันนี้เท่าที่สังเกตเริ่มเห็นฟันหน้าด้านล่างรำไรแล้วล่ะ คิดว่าอีกไม่นานน่าจะงอก พอมาถึงรุ่นน้ำ แม่ก็เลยสบายใจที่ฟันอาจจะงอกช้ากว่าเด็กอื่นๆ แล้วก็โชคดีที่ลูกกินง่าย ไม่มีฟันก็กินได้...และกินได้แทบทุกอย่าง...อ้วนเลย...
เรื่องของฟันขึ้นเร็วขึ้นช้าเนื่ยไม่ใช่ปัญหาที่คนเป็นแม่ต้องกังวลเลย เพราะมันเป็นเรื่องของเด็กแต่ละคน ไม่เหมือนกัน เอามาเทียบกันไม่ได้ ว่าคนนั้นขึ้นเร็วคนนี้ขึ้นช้า ไม่เกี่ยวว่าแคลเซียมมากน้อยตอนท้อง หรืออะไรก็แล้วแต่ ล้วนไม่มีผลกระทบเรื่องนี้ ไม่ต้องกังวล
ใครที่ลูกฟันขึ้นเร็วแล้วรีบดีอกดีใจ คิดว่าลูกพัฒนาการเร็วล่ะก็...ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณต้องกลายเป็นคนขยัน เช็ดฟันให้ลูก และพยายามเลิกนมมื้อดึกให้เร็วที่สุดเพราะเดี๋ยวฟันผุ
ส่วนคนที่ลูกฟันขึ้นช้าก็ไม่ต้องกังวล ลูกไม่ได้ผิดปกติหรือพิการใดๆทั้งสิ้น ยังไงก็ขึ้น ให้คิดในแง่ดีว่า ขึ้นช้าผุช้า ขึ้นเร็วผุเร็ว ช้าหน่อย แต่ก็พอขึ้นแล้วสามารถสอนแปรงฟันได้เลยก็โอเค

ล่าสุดน้ำตัวร้อนไป 1 คืนเรียบร้อยแล้ว...แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
สรุปถึงวันนี้...น้ำก็ยังไม่มีฟันไว้อวดคนอื่นเป็นของตัวเอง(แต่ทำไมกินเก่งจังลูก?)
เอาล่ะเริ่มวันนี้
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551
วันนี้ตื่นอย่างสดชื่นหน่อย เพราะเมื่อคืนนอนไปเกือบ 9 ชั่วโมง โดนสามีค่อนขอดเล็กน้อยว่านอนนาน เค้านอนน้อย ใครใช้ให้ไม่นอนล่ะ...
ตั้งแต่มีลูก เราชอบนับชั่วโมงการนอนของกันและกัน แล้วเปรียบเทียบกันว่าใครมาก ใครน้อยกว่ากัน จะได้เกี่ยงกันถูก...
แต่ถึงยังไงสามีที่รักก็ลุกขึ้นมาพาลูกลงไปเดินเล่นข้างล่างอยู่ดีในตอนเช้า น่ารักที่สุดเลย....
ลงมาดูน้ำตอนเช้า กำลังกินอาหารเช้าอยู่พอดี มื้อนี้เป็นซุปบล๊อกโคลี่ที่แม่ทำไว้ให้ กิ๊บรายงานว่า กินนิดเดียว แต่ไอ้เรื่องกินนิดเดียวไม่ว่า ดันพ่นใส่หน้าพี่กิ๊บเนี่ยดิมีเคือง ไม่อร่อยก็ไม่ต้องกินดิลูก ไม่ต้องถึงกับพ่นก็ได้ ฮือ..ฮือ..ฮือ..
แต่ไม่ต้องห่วงแม่ไม่ล่ะความพยายามหรอก เดี๋ยวต้องหาสูตรทำใหม่...
เสร็จจากดูกินลูกก็ พาไปเดินเล่น หยุดนั่งเล่นที่บ้านคุณย่าเติบ ลูกก็ฝากรักใส่กางเกงแม่เต็มเลย เพราะไม่ได้นุ่งกางเกง เจิ่งเลยงานนี้
แม่เลยต้องกลับมาให้ลูกอาบน้ำ แม่ก็ต้องอาบด้วย หลังจากนั้นพ่อก็อาบน้ำเตรียมตัวไปสอนหนังสือตามปกติ(ปกติเป็นใครอ่ะ...ทำไมต้องตามด้วย...) แม่ก็ออกทำเชคกินแล้วก็มาส่งพ่อพร้อมซื้อกับข้าวด้วย เนื่องจากป้าสายยังไม่กลับบ้านเลย สองสามวันแล้ว
มื้อกลางวันนี้คือ ขนมจีนแกงไตปลากะไข่ต้ม เล่นเอาท้องใส้ปั่นป่วนเลย


บ่ายๆเล่นกับน้ำ กับของเล่นชิ้นโปรดอันใหม่คือ ชาร์ท ABC เวลาเล่น แม่หรือพ่อต้องเปิดไปทีละหน้าแล้วก็อ่านให้ฟังด้วย น้ำจะนั่งฟังอย่างตั้งใจพร้อมกับทำหน้าคิดตามด้วย พอเผลอๆ เค้าอยู่คนเดียวก็จะทำท่าเอานิ้วชี้แล้วส่งเสียง อือ อาตามภาษาเค้า ดูแล้วปลื้ม... แต่ท่าเป็นพี่เนต เวลาอ่านแล้วเว้นจังหวะนิดนึง เค้าจะอ่านตามที่แม่อ่าน แต่สนใจน้อยกว่าน้องหน่อย
สักพักป้ารองกับน้าเตยมาหา เพราะป้ารองมีธุระที่รพ.เปาโล ใกล้ๆบ้าน แม่ก็โม้ใหญ่เลยว่าน้ำทำท่าทางประกอบเพลงได้แล้ว พอจะโชว์นะ แม่ร้องยังไงก็ไม่ยอมโชว์ ป้ารองเลยหาว่าแม่โม้เลย
อยู่กับหลานซักพักก็ไป รพ.นัดลุงเดชไว้ที่นั่น พี่ชายลุงเดชป่วยเป็นมะเร็ง เท่าที่รู้ก็รักษามาได้ซัก 6 เดือนแล้ว ตอนนี้โคม่า วันนี้ญาติเค้านัดกันแล้ว เพราะว่านอนไม่รู้สึกตัวแล้ว พอหกโมงกว่าป้ารองก็โทรมาบอกว่า เสียแล้วนะ
ทำไม...ทำไม...ทำไมต้องมะเร็งอีกแล้ว มีคนที่ตั๋งรัก และคนที่รู้จักอีกหลายๆคนที่ต้องจากไปเพราะโรคนี้ นี่เป็นอีกเหตุผลนึงที่สำคัญว่าทำไมตั๋งต้องมีชีวิตอยู่กับ Herbalife เพราะตั๋งอยากอยู่นานๆ อยากให้คนที่รักอยู่นานๆ อยากให้คนที่อยากดูแลสุขภาพอยู่นานๆ
Herbalife ทำหน้าที่ให้คนสุขภาพดีและรูปร่างดีได้ และทำได้ดีมากๆๆเลยทีเดียว
ตอนเย็นต้องตั้งโต๊ะกับข้าวเพราะวันนี้คุณป้าพรรณีส่งอาหารชุดใหญ่ข้ามกำแพงรั้วด้านข้างมาเลย เป็นอาหารที่ใช้ไหว้เจ้า ตั๋งเอามาแปรรูปอีกที กินแล้วจะได้เฮงๆๆ มีปลากระพงมาสองตัว ตั๋งจับนึ่งซีอิ๊วซะเลย พรุ่งนี้ต้องจัดการไก่อีก 1 ตัว
เดี๋ยวต้องเตรียมของไปไหว้ซะหน่อย คุณป้าใจดีเหลือหลาย ได้อร่อยกับอาหารใต้หลายครั้ง คงต้องพาเด็กๆไปไหว้ขอพรปีใหม่ซะหน่อย(ซองเป็นผลพลอยได้...)
น้ำกินข้าวต้มปลา แม่กินสลัด ปลานึ่งและผัดวุ้นเส้น ตบด้วยขนมเทียน 2 อัน แต่พ่อกินข้าวเยอะนะวันนี้
พรุ่งนี้ให้น้าเตยพาเนตมาส่ง คิดถึงแล้ว...กลับบ้านเราได้แล้ว

คืนนี้อัพไดเสร็จเร็ว
นอนดีกว่า พรุ่งนี้ศึกใหญ่มาแล้ว...เนตกลับบ้าน

วันนี้แม่เล่นกับน้ำ
หม่ามี๊ "ใครชื่อน้ำยกมือขึ้น..." น้ำ"..."(ยกมือข้างนึ่ง)
หม่ามี๊ "ใครเป็นตนเก่งยกมือขึ้น..." น้ำ"..."(ยกมือข้างนึ่ง)
พี่กิ๊บดีใจมาก ป่ะป๊าดีใจมาก คุณปู่คุณย่าดีใจมาก แม่ก็ดีใจมาก
เพราะเป็นครั้งแรกที่ลูกทำได้อย่างมั่นใจ... เก่งมากลูกแม่...
ปล.ลืมถ่ายรูปน้ำยกมือเลย...เฮ้อ!มัวแต่ดีใจ |